การเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับงบประมาณ

การเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับงบประมาณ

ปัจจุบัน เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (Furniture Built in) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป หันมาเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินมากขึ้น ด้วยเหตุผลหลายอย่าง

  • ไม่สามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวมาใช้งานได้เนื่องจากลักษณะของพื้นที่ไม่พอดีกับเฟอร์นิเจอร์
  • มีเสายื่นออกมาไม่สามารถทำตู้ชิดกำแพงได้ ขนาดของความสูงตู้ไม่สัมพันธ์กันกับความสูงของห้อง
  • พื้นที่มีความลาดเอียง กำแพงไม่เท่ากัน หรือเพดานถูกออกแบบมาให้มีความลาดเอียง
  • พื้นที่มีขนาดเล็กเกินไม่สามารถหาเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปมาใส่ได้
  • รูปแบบและฟังก์ชันการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ  

อุปสรรคเหล่านี้ล้วนทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกใช้ “เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน” แต่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์คือ งบประมาณซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการตกแต่งบ้านในปัจจุบัน

เนื่องด้วยปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ทำให้แบรนด์ต่างๆมีการทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม จัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย วันนี้เราจึงมีวิธีการเลือกใช้วัสดุอย่างไร ให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มี

  1. สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด
  • วัสดุที่แนะนำและนิยมใช้ ได้แก่ ไม้ปาติเคิลบอร์ด ( Particle Board ) คือ ไม้ยางพาราสับเป็นชิ้นเล็กๆผสมกับกาวแล้วนำไปอัดขึ้นรูปเป็นแผ่นไม้เนื้อไม้จะ “เหนียวแต่ไม่แน่น” ได้เปรียบตรงความเหนียวที่ได้จากเส้นใยที่ประสานกันแต่เนื้อไม้ก็จะฟูหยาบไม่แน่นถ้าเอาอะไรแข็งๆมาขูดลงไปบนเนื้อไม้เนื้อไม้จะยุ่ยขึ้นมาในเนื้อไม้จะมีโพรงอากาศเล็กๆเต็มไปหมดทำให้ไม้เบากว่าไม้จริง   โดยความหนาของไม้ที่นิยมใช้มาทำเฟอร์นิเจอร์จะมีความหนาต่อแผ่นอยู่ที่ประมาณ 15 มิลลิเมตรและ25 มิลลิเมตร พื้นผิวด้านนอกส่วนใหญ่ทางผู้ผลิตไม้ปาติเคิลจะปิดทับด้วยกระดาษพิมพ์ลายไม้แผ่นฟอยล์ (Foil) หรือแผ่นเมลามีนก่อนการใช้งาน งานไม้ชนิดนี้นิยมนำไปทำเฟอร์นิเจอร์อันดับต้นๆในอุตสาหกรรมเนื่องจากราคาถูก สามารถความคุมต้นทุนได้

ข้อดีไม้ปาติเคิล

-          ราคาถูก

-          มีน้ำหนักเบา ขนย้ายสะดวก

-          เป็นที่นิยมใช้กันในวงกว้าง หาซื้อได้ง่าย

ข้อเสียไม้ปาติเคิล

-          วัตถุดิบโดยรวม ไม่แข็งแรง

-          ไม่สามารถโดนน้ำได้ เพราะอาจจะยุ่ย เปื่อยได้ ที่โดนน้ำได้เป็นเพราะพื้นผิวด้านนอก ที่ปิดทับช่วยเอาไว้

-          ไม่สามารถพ่นสีบนตัวงานได้เนื่องจากผิวไม่เรียบ

-          ปิดผิว PVC ได้แบบไม่เรียบแปล้ เนื่องจากขี้เลื่อยที่นำมาบดอัดมีขนาดไม่เท่ากัน

-          อาจมีเชื้อราขึ้นได้ ต้องหมั่นคอยดูแล อย่าให้ห้องมีความชื้น

  • วัสดุที่แนะนำและนิยมใช้ได้แก่ ไม้ MDF ( Medium-Density Fiberboard )คือแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง ไม้ MDF ต้องผ่านกระบวนการอัดไม้ ด้วยเครื่องบดอัดไม้เฉพาะที่มีแรงอัดสูง พร้อมกับความร้อน ด้วยเครื่องจักรเฉพาะทาง ความหนาแน่น จะอยู่ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป  ด้วยกระบวนการผลิตที่มีความละเอียด ซับซ้อนขนาดนี้ จึงทำให้เนื้อไม้ มีความแน่น ละเอียด ผิวเนียนมากกว่าไม้ปาร์ติเคิล มีความแข็งแรงคงทนเทียบเท่าไม้จริง ไม้ MDF บางครั้งก็มาจากการนำไม้จริงมาบดผสมเพื่อให้ได้ลักษณะเนื้อไม้และผิวสัมผัสตามต้องการ มีราคาถูกกว่าไม้อัดจริง ขึ้นรูปได้สะดวก และมีอายุการใช้งานยืนยาวระดับหนึ่ง  โดยขนาดมาตรฐานของ แผ่นไม้ MDF ที่ขายกันตามท้องตลาด อยู่ที่ 1.22 x 2.45 เมตร (หรือ 4 x 8 ฟุต) ต่อแผ่นเรื่องความหนาของแผ่นไม้ MDF ที่นิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ มีหลากหลายขนาด ตั้งแต่ 3 มิลลิเมตร ถึง 25 มิลลิเมตร กันเลยทีเดียว ขึ้นอยู่ว่าจะนำไปใช้ประกอบ หรือ รับน้ำหนักส่วนไหนของเฟอร์นิเจอร์

ข้อดีไม้ MDF 

-          ความหนาแน่น (Density) ของแผ่นไม้สูงกว่า ไม้ปาร์ติเกิ้ล

-          ผิวละเอียด เรียบเนียน สม่ำเสมอ ตลอดทั้งแผ่น

-          มีความแข็งแรงมากกว่ากว่า รับน้ำหนักได้มากกว่า

-          สามารถพ่นสี ทาสีลงเข้าไปในเนื้อไม้ได้

-          สามารถทนน้ำได้ดีกว่าไม้ปาร์ติเกิ้ล

ข้อเสียไม้ MDF

-          มีราคาที่สูงกว่าไม้ปาร์ติเกิ้ล

-          มีน้ำหนักมากกว่าไม้ปาร์ติเกิ้ล เนื่องจากเนื้อไม้มีความหนาแน่นมากกว่า

-          ต้องระวังเรื่องความชื้น และ การโดนน้ำเช่นกัน แม้จะทนกว่าไม้ปาร์ติเกิ้ลก็ตาม

-          ขณะตัดไม้ จะมีฝุ่นเป็นจำนวนมาก ช่างไม้ และ ผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต้องระวังให้ดี

  1. สำหรับผู้ที่มีกำลังซื้อมากขึ้น
  • วัสดุที่แนะนำและนิยมใช้ได้แก่ ไม้พลาสวูด (Plaswood)เป็นแผ่นพีวีซีชนิดแข็ง (PVC Foam Sheet) ที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ทดแทนไม้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้อันมีค่าซึ่งเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ช่วยรักษาสมดุลย์ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก  PLASTWOOD (Plaswood Sheet) แผ่นพลาสวูด แผ่นเรียบเอนกประสงค์ ขนาดหน้ากว้าง 1.20 ม. และสามารถผลิตได้ความยาวสูงสุดถึง 6 เมตร (สั่งทำ) มีความหนาตั้งแต่ 1 มม.ถึง 25 มม.เป็นผลิตภัณฑ์ PVC Foam Sheet ที่มีคุณภาพสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้ทดแทนการใช้ไม้ธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่าไม้ธรรมชาติสามารถกันน้ำได้ ปลวกไม่กิน

ประเภทของแผ่นพลาสวูด

แผ่นพลาสวูด คุณสมบัติของพลาสวูด สามารถแบ่งประเภทตามความแข็งของวัสดุได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

  1. Deca Foam ความหนาไม่เกิน10มิล ผิวหน้าจะมีความอ่อนตัวไม่แข็งมาก ตัวแผ่นค่อนข้างอ่อน ใช้ที่ติดไว้โดยที่ไม่มีอะไรมากระแทรก เช่น ป้ายติดผนังภายในอาคาร
  2. Ex Foam แผ่นชนิดนี้จะมีความแข็งมากกว่าDeca Foam สามารถนำมาฉลุ กับชิ้นงานตามความต้องการได้
  3. Celuka Foam แผ่นประเภทนี้ มีความแข็งแรงมากขึ้นมาจากสองประเภทแรกที่ได้กล่าวถึงไป สามาถทำเป็นพื้นหรือผนังแทนไม้ได้ รับแรงกระแทรกและน้ำหนักได้ดี เป็น ไม้พลาสวูด

คุณสมบัติเด่นของแผ่น PLASWOOD

- มีลักษณะเบา มีความหนาแน่นประมาณ 0.55 – 0.66 g/cm3

- มีความคงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี เหมาะสมกับงานทั้งภายนอกและภายใน

- มีความคงทนต่อการผุกร่อนและไม่ดูดซึมความชื้น จึงไม่บวมหรือพองเมื่อแช่น้ำ และยังหมดปัญหาเรื่อง ปลวก มอด แมลงปีกแข็ง หรือเชื้อราที่จะมากัดกินให้ผุกร่อน

- ไม่มีส่วนผสมของใยหิน จึงสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้

- สามารถพิมพ์สีหรือพ่นสีลงบนแผ่นพลาสวูดได้ โดยใช้สีประเภทอะครีลิคหรือสีประเภท Epoxy

- ไม่เป็นเชื้อไฟ

- สามารถทำงานได้ด้วยเครื่องมือช่างทุกชนิด เช่น ตอกตะปู ยิงสกรู ตัดด้วยเลื่อยตัดไม้ต่างๆ เช่น เลื่อยลันดา เลื่อยวงเดือน กบใสไม้ และ เลื่อย jigsaw โดยไม่มีการแตกหัก

- มีความคงทนต่อสารเคมี กรดแก่ และเบสแก่

- มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนและเสียง

ข้อเสีย

-          มีราคาสูงกว่าวัสดุประเภทอื่น เนื่องจากมีสีขาวและสำเทาเท่านั้น หากต้องการสีสันหรือลายไม้ ต้องใช้วัสดุปิดผิวทับพื้นผิวอีกหนึ่งชั้น 

-          ไม้มีความหยืดหยุ่นสูง หากไม่มีความชำนาญในการทำ อาจเกิดการแตกหักได้ง่าย 

  

  • วัสดุที่แนะนำและนิยมใช้ได้แก่ ไม้อัด( Plywood )  เกิดจากการรวมไม้หลาย ๆ ชนิดเข้าด้วยกันหรือทำจากไม้ชนิดเดียวกัน โดยการตัดท่อนซุงให้มีความยาวตามที่ต้องการ แล้วกลึงปอกท่อนซุง หรือฝานให้ได้แผ่นไม้เป็นแผ่นบาง ๆ มีความหนาตั้งแต่ 1 ถึง 4 มิลลิเมตร แล้วนำมาอัดติดกันโดยใช้กาวเป็นตัวประสานโดยให้แต่ละแผ่นมีแนวเสี้ยน ตั้งฉากกัน แผ่นไม้จะถูกอบแห้งในเตาอบ ไม้อัดมีขนาด กว้าง 4 ฟุต ยาว 8 ฟุต หนา 4,6,8,10,15 และ 20 มิลลิเมตร

คุณสมบัติ

-           มีความแข็งแรงทนทานสูง มีความคงตัวไม่ยืดหด และแตกง่าย

-           สามารถตอกตะปูหรือใช้ตะปูควงขันใกล้ขอบแผ่น หรือทุกส่วนได้รอบด้าน

-           สามารถตัดด้วย เลื่อย และฉลุได้ง่าย ไม่แตกหัก สามารถโค้งงอได้โดยไม่ฉีกหัก

-           เป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี

-           สามารถรับน้ำหนักได้ในอัตราที่สูงกว่าไม้ธรรมดา

 

เมื่อคุณทราบ คุณสมบัติ ข้อดี-ข้อเสีย ของไม้แต่ล่ะประเภทแล้ว ก็สามารถเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณได้เลยค่ะ

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.wazzadu.com

https://th.wikipedia.org

Visitors: 36,912