
“ทำบิ้วอินทั้งห้องต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?” เป็นหนึ่งในคำถามแรก ๆ ที่หลายคนอยากรู้ก่อนเริ่มแต่งบ้าน แต่คำตอบของ บิ้วอินราคาเท่าไหร่ ไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขเดียวได้ เพราะเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินเป็นงานสั่งผลิตตามพื้นที่จริง ราคาจึงขึ้นอยู่กับทั้งขนาด จำนวนตู้ วัสดุ หน้าบาน Hardware รูปแบบการตกแต่ง และความซับซ้อนในการผลิต
ตู้เสื้อผ้าขนาดเดียวกัน ถ้าแบบหนึ่งใช้หน้าบานเรียบและอุปกรณ์มาตรฐาน แต่อีกแบบใช้หน้าบานกระจก เพิ่มไฟภายใน ลิ้นชักหลายชุด และ Hardware ระดับสูง ราคาก็สามารถต่างกันได้อย่างชัดเจน แม้ความยาวของตู้จะเท่ากัน
ดังนั้น ถ้ากำลังวางงบบิ้วอินบ้าน คอนโด หรือห้องใดห้องหนึ่ง วิธีที่แม่นกว่าการถามว่า “คิดตารางเมตรละเท่าไหร่” คือรู้ก่อนว่าแต่ละพื้นที่ต้องทำเฟอร์นิเจอร์อะไรบ้าง แล้วค่อยประเมินจากขนาดและสเปกที่ต้องการ
บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจโครงสร้าง เฟอร์นิเจอร์บิ้วอินราคา เกิดจากอะไร งานแต่ละห้องมีค่าใช้จ่ายส่วนไหนบ้าง และควรเตรียมข้อมูลอะไรเพื่อให้บริษัทบิ้วอินประเมินงบได้ใกล้เคียงกับงานจริงที่สุด
บิ้วอินคิดราคาอย่างไร? ทำไมแต่ละบ้านถึงได้ราคาไม่เท่ากัน
งานบิ้วอินส่วนใหญ่ไม่ได้มีราคากลางตายตัวเหมือนเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป เพราะต้องผลิตตามขนาดและรายละเอียดของแต่ละพื้นที่
แนวทางที่พบได้บ่อยคือการประเมินจาก เมตรวิ่ง สำหรับงานตู้ และ ตารางเมตร สำหรับงานกรุหรือตกแต่งผนัง ก่อนนำรายละเอียดอื่นมาคำนวณเพิ่มเติม
ข้อมูลบทความด้านราคาของ MOC DESIGN ระบุช่วงราคาอ้างอิงของงานบิ้วอินไว้ประมาณนี้
|
ประเภทงาน |
ช่วงราคาอ้างอิง |
|---|---|
|
ตู้เตี้ย / ตู้ทีวี |
ประมาณ 8,000–12,000 บาท/เมตร สำหรับงานระดับ Standard |
|
ตู้เสื้อผ้า / ตู้สูง |
ประมาณ 12,000–18,000 บาท/เมตร สำหรับงานระดับ Standard |
|
ตู้ครัวบนและล่าง |
ประมาณ 18,000–25,000 บาท/เมตร สำหรับงานระดับ Standard |
|
ผนังตกแต่ง |
ประมาณ 3,500–5,500 บาท/ตร.ม. ขึ้นอยู่กับวัสดุและรูปแบบ |
|
งานระดับ Premium |
บางประเภทอาจอยู่ประมาณ 25,000–50,000 บาท/เมตร หรือมากกว่านั้น |
ตัวเลขเหล่านี้ควรใช้เป็น กรอบสำหรับตั้งงบเบื้องต้น ไม่ใช่ราคาตายตัว เพราะเว็บไซต์ MOC DESIGN เองระบุว่าราคาจริงเปลี่ยนแปลงตามวัสดุ ฟังก์ชัน Hardware และรายละเอียดของงานแต่ละโครงการ
ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาบิ้วอินเพิ่มหรือลด
1. ขนาดและจำนวนเฟอร์นิเจอร์
ยิ่งมีตู้มาก ความยาวมาก หรือทำสูงเต็มฝ้า ปริมาณวัสดุและงานผลิตก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แต่ไม่ได้หมายความว่าตู้ความยาว 4 เมตรจะมีราคาเป็นสองเท่าของตู้ 2 เมตรทุกกรณี เพราะรายละเอียดภายในและรูปแบบของหน้าบานยังมีผลด้วย
2. วัสดุโครงสร้าง
วัสดุที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เช่น Particle Board, MDF, HMR หรือไม้อัด มีต้นทุนและคุณสมบัติต่างกัน รวมถึงความหนาและเกรดของวัสดุก็ส่งผลต่อราคา
ดังนั้นเวลาเปรียบเทียบใบเสนอราคา ควรดูว่าวัสดุที่นำมาเปรียบเทียบเป็นสเปกใกล้เคียงกันหรือไม่
3. วัสดุปิดผิว
งานเมลามีน ลามิเนต พ่นสี วีเนียร์ กระจก หรือวัสดุตกแต่งพิเศษมีต้นทุนไม่เท่ากัน
ตัวอย่างเช่น ตู้หน้าบานเรียบปิดลามิเนตมักมีขั้นตอนผลิตต่างจากหน้าบานเซาะร่องพ่นสี จึงไม่ควรเปรียบเทียบเพียงขนาดตู้โดยไม่ดูรายละเอียดผิวงาน
4. Hardware
บานพับ รางลิ้นชัก ระบบ Soft Close ราวแขวนเสื้อ ชุดตะแกรงครัว กลไกบานเปิด และอุปกรณ์จัดเก็บภายใน สามารถทำให้ราคาเพิ่มขึ้นได้มาก โดยเฉพาะตู้ที่มีฟังก์ชันซับซ้อน
5. รูปแบบดีไซน์
หน้าบานเรียบมักผลิตง่ายกว่างานโค้ง งานเซาะร่อง งานกรุผนังหลายวัสดุ หรือรายละเอียดที่ต้องผลิตเฉพาะชิ้น
ยิ่งแบบมีรายละเอียดมาก จำนวนขั้นตอนการผลิตและติดตั้งก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
6. สภาพหน้างาน
ผนังเอียง พื้นต่างระดับ ช่องเสา ระบบไฟเดิม หรือตำแหน่งที่เข้าติดตั้งยาก ล้วนมีผลกับวิธีผลิตและติดตั้ง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการประเมินจากแบบแปลนช่วงแรกกับราคาหลังวัดพื้นที่จริงอาจมีรายละเอียดแตกต่างกันได้
ราคาบิ้วอินแต่ละห้อง มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
แทนที่จะกำหนดราคาเหมารวมว่าห้องหนึ่งต้องใช้งบเท่าไร การแยกดูเฟอร์นิเจอร์หลักของแต่ละห้องจะช่วยตั้งงบได้แม่นกว่า
บิ้วอินห้องนอน
รายการหลักที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ตู้เสื้อผ้า
- หัวเตียงบิ้วอิน
- โต๊ะข้างเตียง
- โต๊ะเครื่องแป้ง
- ชั้นหรือตู้เก็บของ
- ไฟซ่อนและอุปกรณ์ภายในตู้
ตัวที่มีผลกับงบมากมักเป็นตู้เสื้อผ้า โดยเฉพาะตู้สูงเต็มฝ้าและตู้ที่มีลิ้นชัก ราวแขวนหลายระดับ หน้าบานกระจก หรือไฟภายใน
บทความของ MOC DESIGN ยกตัวอย่างตู้เสื้อผ้าเต็มผนังขนาดประมาณ 2.5 เมตร โดยรวมค่าเฟอร์นิเจอร์ บานกระจก ลิ้นชัก และไฟภายในแล้วอยู่ที่ประมาณ 30,000–35,000 บาท ในสเปกตัวอย่างนั้น แต่ราคาจริงยังขึ้นกับวัสดุและรายละเอียดที่เลือก
หากทำทั้งห้องพร้อมหัวเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง และตู้เพิ่มเติม งบจึงต้องประเมินแยกจากจำนวนชิ้นจริง ไม่ควรใช้ราคาตู้เสื้อผ้าเป็นราคาของทั้งห้อง
บิ้วอินห้องครัว
งานครัวมักมีต้นทุนต่อเมตรสูงกว่าตู้ทั่วไป เพราะมีทั้งตู้บน ตู้ล่าง พื้นที่ทำงาน และอุปกรณ์จำนวนมาก
ค่าใช้จ่ายอาจประกอบด้วย
ตู้ครัวบนและล่าง
เป็นโครงสร้างหลักของงาน โดยข้อมูลราคาอ้างอิงบนเว็บไซต์ MOC DESIGN อยู่ประมาณ 18,000–25,000 บาท/เมตร สำหรับงาน Standard และสามารถสูงขึ้นได้เมื่อใช้วัสดุหรือ Hardware ระดับ Premium
ท็อปเคาน์เตอร์
อาจใช้หินสังเคราะห์ หินธรรมชาติ หรือวัสดุอื่นตามดีไซน์ ซึ่งควรถามให้ชัดว่ารวมอยู่ในราคาตู้หรือคิดแยก
Hardware และอุปกรณ์ครัว
เช่น ตะแกรงใส่จาน ชุดเข้ามุม รางลิ้นชัก หรืออุปกรณ์จัดเก็บเฉพาะทาง สามารถเพิ่มงบได้ตามจำนวนและแบรนด์
ไฟซ่อน
หากเพิ่มไฟ LED ใต้ตู้หรือภายในตู้ จะมีค่าอุปกรณ์และงานระบบเพิ่มขึ้น
เว็บไซต์ MOC DESIGN มีตัวอย่างการประเมินงานครัวหนึ่งชุดรวมองค์ประกอบบางรายการอยู่ประมาณ 55,500–67,000 บาท โดยยังไม่รวมระบบประปาและไฟฟ้า จึงเป็นตัวอย่างที่เห็นชัดว่าราคาครัวไม่ได้มาจากราคาตู้เพียงส่วนเดียว
บิ้วอินห้องนั่งเล่นและผนังทีวี
งานบริเวณห้องนั่งเล่นอาจเริ่มจากตู้ทีวีขนาดไม่ใหญ่มาก ไปจนถึงผนังเต็มพื้นที่ที่มีทั้งตู้สูง ชั้นโชว์ของ และกรุผนังตกแต่ง
รายการที่มักมีผลกับราคาคือ
- ตู้ทีวีด้านล่าง
- แผงหลังทีวี
- ตู้สูงด้านข้าง
- ชั้นโชว์ของ
- กระจกหรืองานกรุผนัง
- ไฟซ่อน
- ระบบซ่อนสายไฟ
ถ้าเป็นเพียงตู้เตี้ย ราคาตั้งต้นมักน้อยกว่างานผนังทีวีเต็มชุด แต่เมื่อเพิ่มตู้สูง งานกระจก หิน หรือไฟตกแต่ง งบสามารถเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างมาก
ข้อมูล MOC DESIGN ระบุราคาตู้เตี้ยหรือตู้ทีวีระดับ Standard ราว 8,000–12,000 บาท/เมตร และระดับ Premium อาจอยู่ประมาณ 15,000–25,000 บาท/เมตรขึ้นไป ตามสเปก
งานบิ้วอินผนัง
หากเป็นงานกรุผนังโดยไม่มีตู้จำนวนมาก มักพิจารณาราคาจากพื้นที่เป็นตารางเมตร
ตัวอย่างช่วงราคาในเว็บไซต์ MOC DESIGN ได้แก่
- กรุผนังเรียบลามิเนต ประมาณ 3,500–5,000 บาท/ตร.ม.
- กรุผนังตกแต่ง เช่น กระจกหรือคิ้วไม้ ประมาณ 4,000–6,000 บาท/ตร.ม. หรือมากกว่านั้นตามความซับซ้อน
ราคาจึงต่างกันมากระหว่างผนังเรียบกับ Feature Wall ที่ผสมหลายวัสดุ มีร่อง ไฟซ่อน หรือรายละเอียดพิเศษ
บิ้วอินโต๊ะทำงานและพื้นที่อเนกประสงค์
โต๊ะทำงานบิ้วอินอาจดูเป็นงานขนาดเล็ก แต่ราคาขึ้นอยู่กับว่ามีเพียงหน้าโต๊ะ หรือมีตู้สูง ชั้นหนังสือ ลิ้นชัก และระบบไฟร่วมด้วย
หากบ้านมีพื้นที่จำกัด การทำโต๊ะต่อเนื่องกับตู้เก็บของสามารถช่วยใช้ผนังได้คุ้มขึ้น แต่ควรพิจารณาว่าตู้และชั้นแต่ละส่วนจำเป็นจริงหรือไม่ เพราะทุกฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาย่อมมีผลกับงบ
วิธีประเมินงบบิ้วอินด้วยตัวเอง ก่อนขอใบเสนอราคา
ถ้าต้องการรู้ว่าควรเตรียมงบประมาณเท่าไหร่ ไม่จำเป็นต้องมีแบบ Interior สมบูรณ์ก่อนก็ได้ แต่ควรมีข้อมูลพื้นฐานให้มากพอ
ขั้นแรก ทำรายการเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการจริง
เริ่มจากแยกเป็นรายห้อง เช่น
- ห้องนอน
ตู้เสื้อผ้า + หัวเตียง + โต๊ะเครื่องแป้ง - ห้องนั่งเล่น
ตู้ทีวี + ผนังตกแต่ง + ตู้เก็บของ - ห้องครัว
ตู้บน + ตู้ล่าง + ตู้สูง + Island ถ้ามี
วิธีนี้ทำให้เห็นว่าเงินกำลังถูกใช้กับอะไร และตัดรายการที่ไม่จำเป็นออกได้ง่ายกว่าเริ่มต้นจากคำว่า “ทำบิ้วอินทั้งบ้าน”
ขั้นที่สอง วัดขนาดคร่าว ๆ
สำหรับงานตู้ควรรู้ความกว้างของผนังคร่าว ๆ และต้องการให้ตู้สูงถึงระดับใด
ไม่จำเป็นต้องวัดละเอียดระดับผลิตจริง เพราะบริษัทจะต้องเข้าสำรวจพื้นที่อีกครั้ง แต่ข้อมูลเบื้องต้นช่วยให้ประเมินงบได้ใกล้เคียงขึ้น
ขั้นที่สาม กำหนดระดับวัสดุ
หากมีงบจำกัด ควรแจ้งบริษัทตั้งแต่แรกว่าอยากควบคุมงบประมาณไว้ประมาณไหน เพื่อให้นักออกแบบเลือกวัสดุและฟังก์ชันในระดับที่เหมาะสม
ไม่จำเป็นต้องเลือกวัสดุแพงที่สุดทุกส่วน
บางพื้นที่สามารถใช้วัสดุมาตรฐานและเพิ่มงบเฉพาะจุดที่ใช้งานหนักหรือมองเห็นชัด เช่น หน้าบาน Hardware หรือเคาน์เตอร์ครัว วิธีนี้มักคุมงบได้ดีกว่าการอัปเกรดทั้งโครงการโดยไม่แยกความสำคัญ
ขั้นที่สี่ แยก “สิ่งที่จำเป็น” กับ “สิ่งที่อยากได้”
ตัวอย่างเช่น ตู้เสื้อผ้าอาจเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไฟ LED ภายในตู้ หน้าบานกระจกเต็มพื้นที่ หรือกลไกจัดเก็บเฉพาะอาจเป็น Option ที่เพิ่มภายหลังได้
เมื่อแยกสองกลุ่มนี้ออกจากกัน คุณจะมีทั้ง งบขั้นต่ำที่ทำให้ใช้งานได้ครบ และ งบเป้าหมายที่รวมฟังก์ชันที่อยากได้
ช่วยให้ปรับแบบได้ง่ายกว่าตัดงบแบบสุ่มหลังได้ใบเสนอราคาแล้ว
ขั้นที่ห้า ขอราคาโดยส่งข้อมูลชุดเดียวกันให้แต่ละบริษัท
หากต้องการเปรียบเทียบราคา ควรให้โจทย์แต่ละบริษัทใกล้เคียงกัน เช่น แบบเดียวกัน ขนาดเดียวกัน และความต้องการวัสดุระดับเดียวกัน
ไม่เช่นนั้นอาจเกิดกรณีบริษัทหนึ่งเสนอ Particle Board หน้าบานมาตรฐาน แต่อีกบริษัทเสนอ HMR พร้อม Hardware คนละระดับ แล้วนำยอดสุดท้ายมาเทียบกันโดยตรง ซึ่งไม่ได้สะท้อนว่าใครแพงหรือถูกกว่าจริง
เว็บไซต์ MOC DESIGN ระบุขั้นตอนเริ่มต้นว่าลูกค้าสามารถส่งแปลนบ้านและรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการเพื่อประเมินราคา ก่อนนัดวัดพื้นที่จริงเมื่อยืนยันโครงการ จึงสะท้อนว่าการมีข้อมูลพื้นที่และ Reference ตั้งแต่แรกช่วยให้เริ่มประเมินงบได้ง่ายขึ้น
อยากคุมงบบิ้วอินไม่ให้บานปลาย ต้องดูอะไรนอกจากราคา?
งบบานปลายไม่ได้เกิดจากการเลือกวัสดุแพงเพียงอย่างเดียว หลายครั้งเกิดจากการเปลี่ยนแบบหรือเพิ่มฟังก์ชันหลังจากสรุปงานไปแล้ว
สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มผลิตคือ ทำ Scope ให้ชัด
ควรรู้ว่าราคาที่ได้รับรวมอะไรบ้าง เช่น
- วัสดุโครงตู้ ใช้ชนิดและความหนาอะไร
- วัสดุปิดผิว เป็นลามิเนต เมลามีน พ่นสี หรือวัสดุอื่น
- Hardware ใช้แบรนด์หรือระดับใด
- งานกระจกและหิน รวมแล้วหรือยัง
- ระบบไฟ อยู่ในขอบเขตงานหรือไม่
- ค่าขนส่งและติดตั้ง รวมในราคาแล้วหรือไม่
- งานไฟและประปา บริษัททำให้หรือเจ้าของบ้านต้องจัดเตรียมเอง
ยิ่งรายการเหล่านี้ชัดก่อนเซ็นสัญญา โอกาสที่ต้องเพิ่มงบภายหลังก็ยิ่งน้อยลง
-
อย่าลดงบด้วยการลดสเปกทุกจุดพร้อมกัน
วิธีคุมงบที่เหมาะกว่าคือจัดลำดับความสำคัญ
ถ้างบเริ่มเกิน อาจลดตู้บางส่วนที่ไม่ได้ใช้งานจริง ลดงานตกแต่งที่ซับซ้อน หรือเลือกปิดผิวที่เรียบขึ้น ก่อนลดคุณภาพในตำแหน่งที่ใช้งานหนัก
ตัวอย่างเช่น ห้องครัวอาจให้ความสำคัญกับวัสดุและ Hardware มากกว่างานตกแต่งผนัง ขณะที่ห้องนั่งเล่นอาจลงทุนกับผนังทีวีซึ่งเป็นจุดเด่น แล้วใช้ตู้เก็บของส่วนอื่นในสเปกที่เหมาะสมกว่า
-
เผื่องบสำหรับการเปลี่ยนแปลง
แม้วางแผนดีแล้ว ระหว่างออกแบบอาจพบว่าต้องเพิ่มปลั๊ก ปรับตำแหน่งตู้ หรือเลือกวัสดุใหม่
การมีงบสำรองจึงช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่ทำหลายห้องพร้อมกัน
สิ่งสำคัญคือต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือการแก้ปัญหาที่จำเป็น และอะไรคือการเพิ่ม Option จากความต้องการใหม่ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายได้จริง
คำถามที่พบบ่อย (FQA)
บิ้วอินคิดราคาต่อตารางเมตรหรือต่อเมตร?
ขึ้นอยู่กับประเภทงาน งานตู้มักประเมินเป็นเมตรวิ่ง ส่วนงานกรุผนังอาจประเมินเป็นตารางเมตร แต่ราคาสุดท้ายยังขึ้นกับความสูง วัสดุ รูปแบบหน้าบาน Hardware และรายละเอียดอื่น จึงไม่ควรนำราคาต่อหน่วยมาคูณพื้นที่แล้วถือเป็นราคาสุดท้ายทันที
บิ้วอินห้องหนึ่งใช้งบประมาณเท่าไหร่?
ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะคำว่า “หนึ่งห้อง” อาจหมายถึงตู้เสื้อผ้าเพียงชุดเดียว หรือมีทั้งหัวเตียง ตู้เต็มผนัง โต๊ะเครื่องแป้ง และผนังตกแต่ง วิธีที่แม่นกว่าคือแยกรายการเฟอร์นิเจอร์ในห้องแล้วประเมินแต่ละส่วน
ทำไมใบเสนอราคาบิ้วอินแต่ละบริษัทต่างกันมาก?
นอกจากกำไรและต้นทุนของแต่ละบริษัทแล้ว สเปกวัสดุ ความหนา วัสดุปิดผิว Hardware วิธีผลิต ขอบเขตการออกแบบและติดตั้ง รวมถึงบริการหลังการขายอาจแตกต่างกัน จึงควรเทียบรายละเอียดทั้งหมดก่อนดูยอดรวม
เฟอร์นิเจอร์บิ้วอินราคาถูกกว่าเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวไหม?
ไม่สามารถสรุปได้ทุกกรณี เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวมีข้อได้เปรียบด้านการผลิตจำนวนมากและสามารถย้ายตำแหน่งได้ ส่วนบิ้วอินเป็นงานสั่งผลิตตามพื้นที่ จึงมักมีต้นทุนด้านการออกแบบ ผลิตและติดตั้งเพิ่ม แต่มีข้อดีเรื่องการใช้พื้นที่และสามารถกำหนดฟังก์ชันให้ตรงกับผู้ใช้งานได้มากกว่า
อยากได้ราคาบิ้วอินที่ใกล้เคียงจริง ต้องส่งข้อมูลอะไรให้บริษัท?
ควรมีแปลนหรือขนาดพื้นที่ รูปหน้างาน รายการเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการ และ Reference สไตล์ที่ชอบ หากทราบงบประมาณเป้าหมายก็ควรแจ้งไปด้วย เพื่อให้นักออกแบบแนะนำวัสดุและฟังก์ชันที่อยู่ในกรอบงบได้ง่ายขึ้น
บิ้วอินราคาเท่าไหร่ ควรเริ่มจาก “งบที่มี” และ “สิ่งที่ต้องใช้จริง”
คำถามว่า บิ้วอินราคาเท่าไหร่ ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกบ้าน เพราะเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นถูกออกแบบตามพื้นที่และความต้องการของเจ้าของบ้าน
สิ่งที่ช่วยคุมงบได้ดีที่สุดจึงไม่ใช่การเลือกวัสดุที่ราคาต่ำที่สุด แต่คือการกำหนดให้ชัดว่าอะไรจำเป็น พื้นที่ไหนควรลงทุน และส่วนใดสามารถปรับลดรายละเอียดได้โดยไม่กระทบการใช้งาน
หากเริ่มจากรายการเฟอร์นิเจอร์ ขนาดพื้นที่ สไตล์ที่ชอบ และงบประมาณที่ตั้งไว้ บริษัทบิ้วอินก็สามารถช่วยปรับสเปกให้เข้าใกล้งบจริงได้มากกว่าการขอราคาโดยไม่มีรายละเอียด
สำหรับผู้ที่กำลังประเมินงบบิ้วอินบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม หรือออฟฟิศ สามารถดูผลงานและสอบถามรายละเอียดรับออกแบบ ผลิต และติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน MOC DESIGN เพื่อให้ทีมช่วยประเมินจากพื้นที่และรูปแบบงานที่ต้องการ
MOC DESIGN ระบุบนเว็บไซต์ว่าให้บริการแบบ One Stop Service ตั้งแต่รับข้อมูลและประเมินราคา วัดพื้นที่ ออกแบบและปรับแก้ ผลิต ติดตั้ง ไปจนถึงตรวจรับงาน โดยสามารถส่งแปลนบ้านและรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการเพื่อประเมินราคาเบื้องต้นได้ จึงเหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณในใจและต้องการรู้ว่าสามารถจัดสรรงานบิ้วอินแต่ละพื้นที่อย่างไรให้เหมาะกับงบและการใช้งานจริง
บริษัท ม๊อคดีไซน์ จำกัด
Tel :098-168-1687, 085-118-8987
Website :www.mocbuiltin.com
Line : mocdesign
Facebook : MOC DESIGN-Furniture Builtin
IG : mocdesign.furniture_builtinin
TikTok : @mocdesignthailand